fbpx

กูรูวัตถุดิบ : เนื้อวัวไทย การเลี้ยงที่แตกต่าง ขุนความอร่อยได้มากกว่าที่คิด!

หากการได้ลิ้มลองเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยมคือที่สุดของคนรักเนื้อ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบจึงคัดสรรสุดยอดเนื้อวัวมาเสิร์ฟเพื่อมัดใจลูกค้า ส่วนการเลี้ยงแบบโคขุนหรือการเลี้ยงด้วยธัญพืช (Grain-Fed) คือการเลี้ยงที่พัฒนาคุณภาพเพื่อให้ได้โคขุนได้รับสารอาหารอย่างสมดุล ทำให้โคขุนสุขภาพดีสมบรูณ์แข็งแรง ส่งผลให้อายุวัวไม่มากจนเกินไป ทำให้เนื้อวัวมีความหอมนุ่มจากธัญพืชที่ได้รับอีกด้วย การเลี้ยงแบบนี้สามารถกำหนดระดับไขมันที่แทรกอยู่ในกล้ามเนื้อหรือที่เรียกว่าลายหินอ่อน (Marbling) ได้ตามปริมาณที่ต้องการ ซึ่งระดับปริมาณไขมันที่แทรกเรียกว่า มาร์เบิล สกอร์ (Marble Score) หากได้ Score ที่สูงความนุ่มของเนื้อก็จะยิ่งนุ่มมากขึ้น เนื้อประเภทนี้จึงมีความหอมนุ่มอย่างลงตัว

กว่า 10 ปีที่เกษตรกรไทยได้พัฒนาโคขุนลูกผสมสายพันธุ์แองกัสที่มีต้นกำเนิดจากสก็อตแลนด์ ซึ่งมีโครงสร้างใหญ่ เนื้อเยอะ กับวัวไทยที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนบ้านเราได้เป็นอย่างดี ทำให้เมื่อเลี้ยงวัวพันธุ์นี้ในประเทศไทยแล้วได้ผลิตภัณฑ์เนื้อวัวที่มีความพิเศษทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ และยิ่งเป็นโคขุนลูกผสมสายพันธุ์แองกัสที่มีเลือดเมืองหนาวทำให้สามารถขุนเพื่อสร้างไขมันแทรกได้ในเวลา 300 วันเท่านั้น จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของโคขุนลูกผสมไทย-แองกัสคือ มีเส้นใยกล้ามเนื้อที่ละเอียดส่งผลให้เนื้อนุ่มกว่าเนื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์อื่นๆ

ตารางเปรียบเทียบเนื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์แองกัสและเนื้อวัวนำเข้า



เมนูอาหาร VS ชิ้นส่วน

เนื้อวัวสามารถทำไปรังสรรค์อาหารได้หลากหลายเมนู ซึ่งแต่ละส่วนก็จะมีความอร่อยเหมาะกับเมนูอาหารที่ต่างกันไป
1. เมนูย่าง (สเต็ก) , อบ ชิ้นส่วนที่แนะนำ : สันใน (Tenderloin), สันนอก (Striploin), สันแหลม (Rib Eye) ใบบัว (Flank), เนื้อชายท้อง (Bavette), เสือร้องไห้ (Brisket)
2. เมนูต้ม, ผัด, แกง, ทอด ชิ้นส่วนที่แนะนำ : สะโพก (Round / Rump), เนื้อแดง (Lean Meat)
3. เมนูต้ม, ตุ๋ม ชิ้นส่วนที่แนะนำ : น่อง (Shank), เสือร้องไห้ (Brisket)
4. เมนูปิ้งย่าง/ชาบู ชิ้นส่วนที่แนะนำ : เนื้อร่องซี่โครง (Finger rib)​, สันคอ (Chuck), ใบพาย (Oyster blade), เนื้อพื้นอก (Plate)

เนื้อวัวสำหรับร้านอาหาร

นอกจากสายพันธุ์ ระดับความนุ่มของส่วนต่างๆ แล้วเรื่องราวของที่มาของเนื้อวัวนั้นๆ ทั้งแหล่งที่มา การเลี้ยง หากเจ้าของร้านได้มีโอกาสเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ลูกค้าได้ฟังก็ยิ่งจะทำให้เพิ่มมูลค่าของอาหารจานได้มากยิ่งขึ้น โดยโคขุนทุกตัวจะต้องผ่านการเลี้ยงภายใต้หลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ผลิตจากโรงงานที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP และ Halal ต้องปลอดภัยจากสารเร่งเนื้อแดงและยาปฏิชีวนะตกค้าง แต่ในความเป็นจริงแล้วคงจะเป็นการยากหากผู้ประกอบการจะสืบหาข้อมูลของแหล่งที่มาทุกครั้งในเลือกซื้อเนื้อวัว เพราะฉะนั้นที่แม็คโครจึงได้คัดสรรเนื้อวัวโคขุนไทย-แองกัส Pro Butcher Thai Angus MS4+ ที่มีความปลอดภัย และควบคุมทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการชำแหละ จนถึงสถานที่จัดจำหน่าย

ที่สำคัญยังมีความพิเศษเพื่อผู้ประกอบการร้านอาหารโดยเฉพาะ
– เนื้อวัวผ่านกระบวนการบ่มซากแบบแห้ง (Dry-Aged) มากกว่า 14 วันเพื่อให้เนื้อมีความหอมนุ่มเป็นพิเศษและมีรสชาติเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
– ถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์แบบ Skin Pack ที่ใช้ฟิล์มชนิดพิเศษที่สามารถควบคุมอัตราการแพร่ผ่านของความชื้นและอากาศได้มากกว่าฟิล์มชนิดอื่นส่งผลให้สามารถยืดอายุสินค้าแช่แย็นจาก 3 วันเป็น 21 วัน เมื่อยู่ในอุณหภูมิ 0-4 องศา
– สินค้าได้รับการควบคุมน้ำหนักของสินค้าทุกแพ็คเพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตอาหารได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยสินค้าจะมีน้ำหนักอยู่ในช่วง 250 – 500 g / แพ็คขึ้นอยู่กับชิ้นส่วนแต่ละส่วนของเนื้อวัว

สามารถสั่งซื้อเนื้อวัวโคขุนไทย-แองกัส Pro Butcher Thai Angus MS4+ ได้ที่ Makro Click >> https://bit.ly/2pJEcPZ

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *