fbpx

กาแฟอร่อยขั้นเทพ อย่ามองข้ามการเลือกเครื่องบดกาแฟ

เมื่อเราเลือกเครื่องชงกาแฟให้เหมาะสมกับร้านของเรา
และมีคุณภาพในการใช้แล้ว สิ่งที่จะขาดไม่ได้อีกหนึ่งสิ่งก็คือ
เครื่องบดกาแฟ เครื่องบดกาแฟมีรูปแบบหลากหลาย
การใช้งานที่ต่างกัน แล้วเราควรจะใช้แบบไหน
ให้ตรงกับความต้องการ เลือกซื้อเครื่องบดอย่างไร
ให้ไม่เปลืองงบต้นทุน makro horeca academy
จะช่วยคุณในการแนะนำเครื่องบดกาแฟที่ดีให้คุณเอง

เลือกอ่านได้ตามหัวข้อนี้

เครื่องบดกาแฟมีกี่ประเภท

จุดประสงค์หลักของการบดเมล็ดกาแฟ คือ ต้องการรสชาติดี ๆ ของกาแฟสักแก้ว อีกทั้งเครื่องชงแต่ละแบบก็จะต้องใช้ให้เหมาะกับความหยาบละเอียดของเมล็ดกาแฟให้เหมาะสมกันอีกด้วย ซึ่งในการบดกาแฟที่มีประสิทธิภาพต้องทำให้เมล็ดถูกแบ่งให้มีขนาดเล็กลง มีความหยาบและความละเอียดที่พอดี

 เครื่องบดกาแฟแบ่งออกได้ 2 ประเภทหลัก ๆ ตามการใช้งาน
1. เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบมือหมุน

  • เป็นเครื่องบดเมล็ดกาแฟที่เก่าแก่ ตัวเครื่องทำจากวัสดุไม้ พลาสติก และ เหล็ก เป็นส่วนใหญ่
  • นิยมนำมาใช้ทำกาแฟพวกdrip , ต้น
  • พกพาไปได้ทุกที่ เพราะไม่ต้องใช้ไฟฟ้า และก็สามารถปรับความหยาบ-ละเอียด สำหรับการชงกาแฟสดแบบต่าง ๆ
  • จะมีความเร็วรอบต่ำ ทำให้ลดความร้อนสะสมที่เฟืองบด
  • ช่วยรักษาเฟืองบดให้มีความทนต่อการใช้งาน

2. เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบไฟฟ้า

2.1 เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบไฟฟ้าขนาดกลาง-ใหญ่

  • สามารถบดได้อย่างรวดเร็ว และทำได้ครั้งละปริมาณมาก ๆ
  • สามารถตั้งค่าความละเอียด และเวลาในการชงได้
  • เหมาะกับการทำกาแฟแบบ Espresso

2.2เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบไฟฟ้าแบบเล็ก

  • ทำระดับความละเอียดได้ไม่มาก
  • ยิ่งใช้เวลาบดนาน ยิ่งละเอียด
  • แนะนำให้ใช้สำหรับทำ Moka pot และ French Press

ประเภทของเครื่องบดเมล็ดกาแฟ เมื่อแบ่งตามใบมีดและฟันบด

  1. เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบใบมีด (blade grinder)
  • พบได้ที่เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบมือหมุน และ เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบไฟฟ้าขนาดเล็ก
  • อาจจะเรียกการใช้ใบมีดแบบนี้ว่า การสับ มากกว่า การบดเมล็ดกาแฟได้
  • วัสดุของใบมีดส่วนใหญ่จะเป็นเหล็ก หรือ สแตนเลส เหมาะกับการบดเมล็ดกาแฟ ที่ระดับความละเอียดไม่มาก แม้ว่าเครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบมือหมุนจะสามารถปรับระดับความละเอียดได้
  • ใบมีดเหล็กส่วนใหญ่มีการชุบคาร์บอน ทำให้มีความแข็งแรงคงทนมากกว่าเหล็กทั่วไป
  • เครื่องบดประเภทนี้จะมีราคาถูก แต่ไม่เหมาะนำมาใช้ในร้านกาแฟสด เพราะผงกาแฟที่บดได้จะไม่สม่ำเสมอ, ไม่สามารถปรับความละเอียดได้(อาศัยระยะเวลาในการบดเป็นตัวกำหนดความละเอียด)
  • วิธีการรักษา หลีกเลี่ยงความชื้น เพราะมีส่วนทำให้เกิดสนิม และ ถ้าใบมีดไม่ได้รับการกระทบกระแทกจนถลอก โอกาสเกิดสนิมก็จะต่ำกว่าปกติ
  • เหมาะกับการชงประเภท Moka pot , French Press, cold drip และ บางเครื่องบดสามารถบด aero-press และ drip/pour over ได้

2. เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบฟันบด (Burr grinder)

  • พบได้ที่เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบมือหมุน และ แบบไฟฟ้าขนาดกลาง-ใหญ่
  • ข้อดีคือสามารถบดเมล็ดกาแฟในระดับความละเอียดที่มากได้ สามารถบดระดับ espresso ได้ ไปจนถึงระดับความละเอียดหยาบ อย่าง French Press
  • สามารถปรับความหยาบ-ละเอียด ได้ตรงเดือยที่อยู่ตรงกลางเป็นรูปเฟือง
  • สามารถปรับได้ถึงระดับ ห่างมาก > หยาบ > ห่างน้อย > ละเอียด
  • วิธีการทำความสะอาดง่าย ๆ เพียงปรับให้ระยะชิ้นบด 2 ชิ้นห่างกัน แล้วนำแปรงมาปัดทำความสะอาดทุกครั้ง หลังใช้งาน

แนะนำ เครื่องบดกาแฟประเภทฟันบด Burrs 50 mm. มอเตอร์ทรงพลังสำหรับใช้งานภายใน 180W ความเร็วมอเตอร์ 1400RPM ขนาดโถบรรจุเมล็ดกาแฟ 500 g. เลือกบดได้ 3 รูปแบบคือ 1 แก้ว / 2 แก้ว และรับประกันเฉพาะมอเตอร์ 1 ปี คลิกดูเครื่องจริง

3. เครื่องบดเมล็ดกาแฟเฟืองบดแบบกรวย (Conical Burr)

  • เฟืองล่างจะเป็นตัวหมุน เฟืองบนจะเป็นตัวปรับระดับขึ้นลง
  • ผงกาแฟที่บดออกมาจะได้ผลึก หรือ Particle Size ที่ขนาดใกล้เคียงกว่า Flat Burr
  • รสชาติที่ได้จะกลมกล่อม บอดี้ดี ความเปรี้ยวน้อยลง
  • ข้อเสีย คือ การปรับระดับความหยาบ ปรับยากกว่า Flat Burr

วัสดุเฟืองบด Ceramic , Steel , Titanium Coated แตกต่างกันอย่างไร ?

Ceramic

  • ข้อดี มีความคม เฉือนเมล็ดกาแฟได้ดี เฟืองจะร้อนช้า
  • ไม่นำไฟฟ้า
  • ทนต่อการใช้งานแบบหนัก ๆ

Steel

  • มีความแข็งแรง สึกกร่อนยาก
  • สามารถนำไปขึ้นรูปต่าง ๆ ได้ และสามารถยืดหยุ่นได้
  • สามารถผสมคาร์บอน ให้เป็นเหล็กกล้าได้ เพื่อทนต่อการกัดกร่อนสูง

Titanium Coated

  • เฟืองบดสีทองเป็นโลหะเคลือบไททาเนียม
  • มีความแข็งแรงมาก และการสึกกร่อนช้าลง
  • ทนความร้อนได้
  • ราคาค่อนข้างสูง มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ผลิต

สรุปแบบไหนดีกว่ากัน ? : ฟันบดแบบเซรามิกจะทนต่อการใช้งานแบบหนัก ๆ อายุการใช้งานจะนานกว่าแบบเหล็ก
แต่ข้อจำกัดคือห้ามฟันบดชนเซรามิกเพราะจะทำให้ฟันบดพัง
เพราะคุณสมบัติของเซรามิกคือ มีความแข็งเปราะ แต่ฟันบดแบบเหล็กใช่ว่าจะไม่ดี
เพียงแต่ว่าฟันบดแบบเซรามิกเป็นเทคโนโลยีใหม่กว่าแค่นั้นเอง

เมื่อรู้จักกับประเภทของเครื่องบดกาแฟกันไปแล้ว ต่อมาเราจะแนะนำเครื่องบดกาแฟที่เหมาะกับการใช้งานต่าง ๆ เพื่อการใช้งานให้ถูกต้องและเหมาะสมกัน

เลือกเครื่องบดกาแฟตามประเภทการใช้งาน

  1. แนะนำการบดกาแฟด้วยมือหมุน สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาและใช้ความพิถีพิถันในการทำกาแฟเป็นพิเศษ อีกทั้งยังต้องมีความเชียวชาญในการทำ มิเช่นนั้น ความหยาบของกาแฟจะออกมาไม่สวยและกาแฟจะมีรสชาติไม่อร่อย
  2. แนะนำระบบไฟฟ้า เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เครื่องบดกาแฟแบบไฟฟ้าถือว่าตอบโจทย์คนที่ต้องการความรวดเร็วในการบดกาแฟ เพราะสามารถบดได้ครั้งละมาก ๆ

3. แนะนำเลือกแบบปรับได้หลายระดับ หากเน้นความละเอียดสูง สำหรับร้านกาแฟส่วนใหญ่จะใช้เครื่องบดกาแฟขนาดใหญ่ประสิทธิภาพสูงมาพร้อมฟังก์ชั่นการบดระดับต่าง ๆเพื่อความรวดเร็วในการบดเป็นหลัก ยังคงกลิ่นและความสดของเมล็ดกาแฟบดไว้ให้มากที่สุด รวมไปถึงความละเอียดที่มีความแม่นยำสูงทำให้ได้ผงกาแฟสำหรับประเภทกาแฟที่หลากหลายด้วย

แนะนำเครื่องบดกาแฟ สามารถปรับความละเอียดได้หลายระดับที่ต้องการ ได้ถึง 18 ระดับ ตั้งปริมาณบดได้ ครั้งละ
4 – 18 ถ้วย กำลังไฟ 125 วัตต์
ความเร็ว 25,500 รอบต่อนาที กล่องรองกาแฟ จุปริมาณกาแฟบดได้ 32 ถ้วย  คลิกดูเครื่องจริง

4. เลือกความละเอียดเป็นพิเศษ สำหรับเอสเปรสโซ่ เนื่องจากต้องการรสกาแฟที่เข้มขั้นตอนการชงต้องอัดผงกาแฟให้แน่นเพื่อสกัดให้น้ำกาแฟไหลผ่านผงที่อยู่ในด้ามชงและต้องไม่ใช่ผงที่บดทิ้งไว้นาน ดังนั้นควรเลือกเครื่องบดแบบไฟฟ้าที่ใช้เวลาบดสั้นและปรับความละเอียดได้ เพื่อคงความสดใหม่และรสชาติของกาแฟไว้นั่นเอง

แนะนำเครื่องบดกาแฟ สามารถบดเมล็ดกาแฟได้อย่างละเอียดเหมาะสม สำหรับเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซแบบใช้ก้านอัด ใช้เฟืองบดขนาด 50 มม. ปรับความละเอียดในการบดได้ถึง 34 ระดับ โถจุเมล็ดกาแฟ 250 กรัม มีการรับประกัน 2 ปี คลิกดูเครื่องจริง

เลือกจากวัสดุใบมีด เพื่อคงรสชาติไม่ว่าจะเลือกแบบมือหมุนหรือไฟฟ้าวัสดุของใบมีดก็เป็นส่วนสำคัญเนื่องจากส่งผลต่อรสชาติของกาแฟไม่น้อย และโดยทั่วไปจะพบว่าผู้ผลิตส่วนใหญ่จะนิยมเลือกใช้ใบมีดที่ทำจากเหล็ก (Steel) เพราะมีความแข็งแรงสึกกร่อนได้ยากแต่สะสมความร้อนซึ่งอาจทำให้เกิดกลิ่นเหล็กได้

แนะนำเครื่องบดกาแฟขนาดใหญ่เหมาะสำหรับร้านกาแฟขนาดใหญ่ ผลิตจากประเทศอิตาลี เครื่องทำงานเงียบ โครงสร้างเป็น Stanless Steel ระบบการปรับความละเอียดเป็นแบบ Stepless (ปรับความละเอียดได้ทุกขนาด)

ด้วยรูปแบบที่มีมาตรฐาน เครื่องบดแบบหมุนเป็นวงล้อ บดด้วยการหมุนตัวของใบมีดเหล็ก วัดปริมาณการจ่ายกาแฟได้ มีระบบ Safety เสียงเตือนเมื่อเครื่องร้อนเกินไป สามารถปรับเบอร์บดกาแฟได้ทั้งหยาบและละเอียดมาก บดได้ 10.5 กิโลกรัม / ชั่วโมง คลิกดูเรื่องจริง

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *