fbpx

สวรรค์ของคนรักเนื้อ รวมวัตถุดิบเนื้อพรีเมี่ยมที่ Makro

เนื้อวัว วัตถุดิบยอดนิยมสำหรับคนทั้งโลก โดยแต่ละประเทศมีสายพันธุ์วัว วิธีการเลี้ยง วิธีการปรุง เพื่อทำให้รสชาติความอร่อยของเนื้อวัวออกมาแตกต่างกัน ในส่วนของผู้บริโภค สวรรค์ของคนรักเนื้อคือการได้ลิ้มลองเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยม เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการร้านอาหารจึงต้องคัดสรรสุดยอดเนื้อวัวมาเสิร์ฟในแต่ละเมนูเพื่อมัดใจลูกค้าให้ได้

การเลี้ยงโคแบบขุนหรือการเลี้ยงด้วยธัญพืช (Grain-Fed)

เป็นวิธีการเลี้ยงแบบหนึ่งซึ่งจะได้เนื้อวัวที่อร่อยนุ่มลิ้น ขุนคือการเลี้ยงที่พัฒนาคุณภาพเพื่อให้โคขุนได้รับสารอาหารอย่างสมดุล ทำให้โคขุนมีสุขภาพดีสมบรูณ์แข็งแรง ประกอบกับการควบคุมให้อายุวัวไม่มากจนเกินไป ทำให้เนื้อวัวมีความหอมนุ่มจากธัญพืชที่ได้รับอีกด้วย การเลี้ยงแบบนี้สามารถกำหนดระดับไขมันที่แทรกอยู่ในกล้ามเนื้อหรือที่เรียกว่าลายหินอ่อน (Marbling) ได้ตามปริมาณที่ต้องการ ซึ่งระดับปริมาณไขมันที่แทรกเรียกว่า มาร์บริ่ง สกอร์ (Marbling Score) หากได้Score ที่สูงความนุ่มของเนื้อก็จะยิ่งนุ่มมากขึ้น และมีความหอมนุ่มอย่างลงตัวด้วย

เมนูอาหาร VS ชิ้นส่วน

เนื้อโคขุนสามารถทำไปรังสรรค์อาหารได้หลากหลายเมนู ซึ่งแต่ละส่วนก็จะมีความเหมาะสมกับเมนูอาหารที่ต่างกันไป
1. เมนูย่าง (สเต็ก) , อบ ชิ้นส่วนที่แนะนำ : สันใน (Tenderloin), สันนอก (Striploin), สันแหลม (Rib Eye) ใบบัว (Flank), เนื้อชายท้อง (Bavette), เสือร้องไห้ (Brisket)
2. เมนู, ผัด, แกง, ทอด ชิ้นส่วนที่แนะนำ : สะโพก (Round / Rump), เนื้อแดง (Lean Meat)
3. เมนูต้ม, ตุ๋ม ชิ้นส่วนที่แนะนำ : น่อง (Shank), เสือร้องไห้ (Brisket) 4. เมนูปิ้งย่าง/ชาบู ชิ้นส่วนที่แนะนำ : เนื้อร่องซี่โครง (Finger rib) , สันคอ (Chuck), ใบพาย (Oyster blade), เนื้อพื้นอก (Plate)

เนื้อวัวสำหรับร้านอาหาร

นอกจากสายพันธุ์ ระดับความนุ่มของส่วนต่างๆ แล้ว เรื่องราวของเนื้อวัวนั้นๆ ทั้งแหล่งที่มา การเลี้ยง หากเจ้าของร้านได้มีโอกาสเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ลูกค้าได้ฟังก็ยิ่งจะเพิ่มมูลค่าของอาหารได้มากยิ่งขึ้น โดยโคขุนทุกตัวจะต้องผ่านการเลี้ยงภายใต้หลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ผลิตจากโรงงานที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP และ Halal ต้องปลอดภัยจากสารเร่งเนื้อแดงและยาปฏิชีวนะตกค้าง

แต่ในความเป็นจริงแล้วคงจะเป็นการยากหากผู้ประกอบการจะสืบหาข้อมูลของแหล่งที่มาทุกครั้งในการเลือก เพราะฉะนั้นที่แม็คโครจึงได้คัดสรรเนื้อวัว ที่มีความปลอดภัย และควบคุมทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการชำแหละ จนถึงสถานที่จัดจำหน่าย ที่สำคัญยังมีให้เลือกเนื้อวัวที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของผู้ประกอบการร้านอาหาร

เนื้อโคขุนไทยแองกัส

คัดสรรจากวัวสายพันธ์ุชั้นดี ประเทศสก็อตแลนด์ ใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลี้ยง ไปจนถึงการจัดจำหน่าย โดยวัวจะได้รับการเลี้ยงและดูแลภายใต้หลักสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มมาตรฐานที่ผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์ เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตจะผ่านการบ่มซากอย่างน้อย 14 วันในห้องเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 1-4 องศาเซลเซียสก่อนตัดแต่งชิ้นส่วน มีการคัดเลือกเฉพาะเนื้อที่มีลายไขมันแทรกระดับ MS 4+ ขึ้นไป เพื่อให้ได้เนื้อวัวชั้นเลิศที่มีความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หอมละมุน  ที่สำคัญผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถนำไปใช้งานได้อย่างสะดวก ควบคุมต้นทุนได้ ด้วยการตัดแต่งชิ้นเนื้อขนาดพอเหมาะให้พร้อมปรุงอาหารชั้นเลิศแล้ว

สามารถเลือกซื้อเนื้อโคขุนไทย-แองกัส ได้ทั้งแบบบรรจุด้วยระบบสกินแพ็คที่สามารถคงความสด และรสชาติของเนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอมนานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิต หรือเลือกเนื้อที่บรรจุโดยการแช่แข็งสามารถยืดความสดนานถึง 1 ปีนับจากวันผลิต จะคงรสชาติของเนื้อที่ดี เนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอม สามารถเลือกซื้อได้สะดวกที่แม็คโคร และ Makro Click

เนื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์ทาจิมะ วากิว

สายพันธุ์ทาจิมะเป็นหนึ่งในสายพันธุ์วากิวที่เราคุ้นเคยกัน เนื้อโคขุนลูกผสมสายนี้ เกิดจากการคัดสรรวัวสายพันธุ์ชั้นเลิศจากญี่ปุ่น โดยพิถีพิถันตั้งแต่เลี้ยง ดูแลอย่างดีตลอด 2 ปี เพื่อให้ได้เนื้อคุณภาพระดับพรีเมี่ยม มีลายไขมันแทรกสูงระดับ MS 5+ ขึ้นไป มีความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หอมละมุน เหมาะสำหรับนำไปประกอบเมนูอาหารชั้นเลิศ ในกระบวนการผลิตผ่านด้วยการบ่มซากอย่างน้อย 21วันในห้องเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 1-4 องศาเซลเซียสก่อนตัดแต่งชิ้นส่วน และนำเข้าบรรจุด้วยระบบสกินแพ็ค เพื่อยืดความสด คงรสชาติของเนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอม ให้นานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิต

ผู้ประกอบการร้านอาหารมั่นใจได้ว่าเมื่อนำไปเสิร์ฟแล้วลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มอร่อยของเนื้อโคขุนจากญี่ปุ่นอย่างแน่นนอน สามารถเลือกซื้อเนื้อโคขุนลูกผสมสายสายพันธุ์ทาจิมะ ที่แม็คโคร และ Makro Click

เนื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์ชาร์โรเล่ห์

ที่ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์นมานานกว่า 40 ปี จนได้เนื้อที่มีเส้นใยกล้ามเนื้อละเอียดนุ่ม ในการเลี้ยงมีการขุนนานกว่า 180 วัน ด้วยธัญพืชและหญ้า เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตมีการบ่มซากอีกอย่างน้อย 21 วัน ในห้องเย็น ที่อุณหภูมิประมาณ1-4 องศาเซลเซียสก่อนตัดแต่งชิ้นส่วน และเข้าบรรจุด้วยระบบ Skin Pack เพื่อยืดความสด คงรสชาติของเนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ให้นานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิตเช่นกัน สามารถเลือกซื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์ชาร์โรเล่ห์ ที่แม็คโคร และ Makro Click

เนื้อโคขุนบราห์มัน

ผ่านกระบวนการผลิต ด้วยการบ่มซากให้เนื้อนุ่มหอมในห้องเย็น ที่อุณหภูมิประมาณ 1-4 องศาเซลเซียส ก่อนตัดแต่งชิ้นส่วน และบรรจุด้วยระบบ Skin Pack เพื่อคงความสด กลิ่นรส ความหอมนุ่ม ให้นานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิต

โคขุนสายพันธ์ุผสมอเมริกันบราห์มัน ที่ผ่านการพัฒนาพันธ์มานานกว่า 40 ปี มีการดูแลเลี้ยงขุน(Grain – Fed) นานกว่า 120 วัน ภายใต้หลักสวัสดิภาพสัตว์ จึงทำให้เนื้อโคขุนมีความนุ่ม รสชาติอร่อย และหอม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในกระบวนการผลิตมีการบ่มซากนาน 7 วันในห้องเย็น ที่อุณหภูมิประมาณ 1-4 องศาเซลเซียส ก่อนตัดแต่งชิ้นส่วนเพื่อคงคุณลักษณ์พิเศษของเนื้อ และรักษาคุณภาพของเนื้อให้ถูกหลักอนามัย ในการบรรจุ บรรจุด้วยระบบสกินแพ็ค ให้นานขึ้นถึง 21 วันนับจากวันผลิต ผู้ประกอบการร้านอาหารจึงมั่นใจได้ว่าเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของร้านคุณได้ สามารถเลือกซื้อโคขุนลูกผสมสายพันธุ์บราห์มัน ที่แม็คโคร และ Makro Click

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *