fbpx

ร้านอยู่ซอย ไม่มีงบโฆษณา ทำอย่างไรให้ร้านขายดีขึ้น!

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Location มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจร้านอาหารเป็นอย่างมาก ร้านไหนอยู่ใน Location ที่ผู้คนพลุกพล่านจะมีโอกาสขายได้มากกว่าร้านที่อยู่ในจุดที่ผู้คนสัญจรผ่านน้อย แต่ในความเป็นจริงเราคงไม่สามารถเลือก Location ที่ดีได้ตามใจ เพราะการเช่าพื้นที่ตั้งร้านในจุดที่มีโอกาสในการขายสูงค่าเช่าที่ก็จะสูงตามไปด้วย

ร้านอาหารหลายร้านจึงต้องเลือกเปิดร้านในทำเลที่สะดวก เช่น ตามซอกซอยที่ห่างไกลจากถนนใหญ่หรือแหล่งชุมชน บางร้านเปิดขายมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่สามารถย้ายไปอยู่ Location ใหม่ได้เพราะไม่มีทุนมากพอ หรือพอมีพื้นที่ในบ้านอยู่บ้างเลยเปิดเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ เพื่อขายให้กับลูกค้าที่อยู่บริเวณใกล้บ้านหรือลูกค้าขาจรบ้างแล้วแต่โอกาสจะอำนวย อยากจะเพิ่มยอดขายของร้านให้มากขึ้น แต่ยังติดปัจจัยด้านงบประมาณ

แม้แต่จะลงโฆษณาในสื่อ Social ยังไม่มีงบพอจะทำ ฟังดูแล้วอาจจะยากที่จะทำให้ร้านขายดีขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางไปซะทีเดียว วันนี้ MHA จะมาแนะนำแนวทางที่จะทำให้ร้านที่อยู่ในซอยห่างไกล แถมยังไม่มีงบจะลงโฆษณา ให้มียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมด้วยวิธีไม่ยาก ดังต่อไปนี้

  1. ขายให้ไกล(ขึ้น) ด้วยใบปลิว

ข้อนี้เป็นอะไรที่ดูเบสิคมากเลย แต่ก็ได้ผลมากเช่นกัน ลองสำรวจร้านตัวเองก่อนว่า นอกจากทำป้ายหน้าร้านเพื่อให้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้สะดุดตาแล้วนั้น เราได้เคยทำการโฆษณาร้านตัวเองผ่านช่องทางอื่นอีกหรือไม่ ยังไม่ต้องมองไปยังกลุ่มลูกค้าที่กว้างออกไป ลองเอาแค่ลูกค้าในรอบรัศมีจากร้าน 5-8 กิโลเมตรก่อน สมมุติแต่เดิมร้านเรามีคนรู้จักแค่ในซอยเดียวกัน เต็มที่แค่ถัดไป 1-2 ซอยเท่านั้น คือไม่เกินรัศมี 3 กิโลเมตร ซึ่งอาจมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยไม่เกิน 100 หลังคาเรือนเท่านั้นเอง

แต่ถ้าเราสามารถแจกใบปลิวเพื่อแนะนำร้าน ออกไปได้ไกลกว่าเดิม เพิ่มรัศมีเป็นสัก 5 กิโลเมตร เราจะเพิ่มกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นอีกกว่า 100 หลังคาเรือนเลยทีเดียว อีกทั้งใบปลิวเองก็ไม่ได้ใช้ต้นทุนในการทำมากนัก ขนาดที่เหมาะสมคือขนาด A5 (ครึ่งหนึ่งของขนาด A4) อาจจะออกแบบเองง่ายๆ แล้วไปถ่ายเอกสาร 100-200 แผ่น ถ้ามีทุนสักหน่อยอาจจ้างทำใบปลิวสี่สี จะได้ความน่าสนใจมากขึ้น แต่ถ้าอยากประหยัดใบปลิวขาวดำที่ออกแบบดีก็ได้ผลพอสมควร

โดยในใบปลิวจะต้องมีรายละเอียดของร้านที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ที่ตั้งของร้าน เบอร์โทรศัพท์ Line หรือช่องทางติดต่ออื่น บางร้านเอาเมนูอาหารใส่เข้าไปในใบปลิวด้วย ซึ่งก็ได้ผลดีเหมือนกัน เพราะลูกค้าสามารถสั่งได้เลย ถ้าเป็นใบปลิวแบบสี เราสามารถใส่รูปเมนูอาหารที่น่ากินลงได้ด้วยได้ ซึ่งจะสร้างความดึงดูดได้มากขึ้น อย่าลืมโปรโมชั่น ถ้าเอาใบปลิวนี้มาที่ร้านจะมีส่วนลดหรือแถมอาหารเครื่องดื่มเล็กน้อยก็ได้ เพื่อเป็นการวัดประสิทธิภาพของใบปลิวที่เราแจกไปด้วย ซึ่งกลยุทธนี้จะช่วยให้ลูกค้าเก็บใบปลิวเราเอาไว้มากกว่าการโยนทิ้งตั้งแต่รับใบปลิวมา

      สำหรับการกระจายใบปลิวนั้น เราไม่จำเป็นต้องแจกเองทั้งหมดก็ได้ ลองใช้วิธีการฝากแจกไว้ที่ป้อมยามของหมู่บ้าน นิติบุคคลของคอนโดมิเนียม หรือจุดรปภ.ของอาคารสำนักงานต่าง ๆ ทำเป็นกล่องวางไว้ที่บริเวณวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นจุดที่มีการสัญจรของผู้คนมาก และช่วยสร้างโอกาสในการหยิบใบปลิวมากขึ้นอีกด้วย

2. ร้านไกลไม่ใช่ปัญหา ถ้ามีเดลิเวอรี่

หลายคนจะเริ่มคิดถึงแอปสั่งอาหาร ที่จะต้องถูกหักรายได้จำนวนหนึ่งให้กับแอปเหล่านี้ อันที่จริงแล้วเราสามารถลดต้นทุนในส่วนนี้ได้ ถ้าเราจัดส่งเองได้ในระยะทางที่ไม่ไกลมาก ประมาณ 2-5 กิโลเมตรจากร้าน หรือเก็บค่าจัดส่ง 10-20 บาทในกรณีที่ไกลกว่านั้น ทั้งนี้จะต้องวางแผนการทำงานเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย ได้แก่

– วางแผนการส่งเมนูอาหารผ่านสื่อโซเชียล หรือ Line OA หรือแม้แต่ใบปลิวที่แจ้งเมนูอาหารเอาไว้ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

– วางแผนด้านบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น ต้องซื้อกล่องบรรจุอาหาร ช้อน-ส้อมใช้แล้วทิ้ง เครื่องปรุงต่างๆ ถุงหิ้ว โดยคำนึงถึงความสะดวกของลูกค้าในการรับประทานอาหาร และความสะดวกในการจัดส่งด้วย

– พาหนะที่ใช้ส่งอาหาร อาจจะเป็นรถยนต์ที่มีอยู่แล้ว จักรยาน หรือจักรยานยนต์ อาจต้องเพิ่มกระเป๋าใส่อาหารเพื่อที่จะส่งอาหารได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นและส่งได้จำนวนมาก

– วางแผนการจัดส่ง อาจใช้วิธีส่งอาหารเป็นรอบเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ต้องไม่ให้ลูกค้าที่สั่งอาหารรอนานเกินไป เช่น ลูกค้าสั่งอาหารตอน 11.00น. แต่ไปจัดส่ง รอบ 12.00น. พร้อมกันทุกออร์เดอร์ แบบนี้ลูกค้าจะรอนานเกินไปและจะไม่สั่งอีก

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าการขนส่งจะมีค่าใช้จ่าย และต้นทุนด้านเวลาเช่นกัน และต้องวางแผนในจุดนี้ด้วย ถ้าไม่สะดวกในการไปส่งเอง เพราะไม่มีคนทำอาหารที่ร้าน การจ้างมอเตอร์ไซรับจ้าง หรือผูกกับบริการแอปส่งอาหารก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

  1. ผูกปิ่นโต สร้างฐานลูกค้าหลักให้กับร้าน

จะดีแค่ไหนถ้าร้านของเรามีออเดอร์ประจำทุกวัน เพราะนั่นเท่ากับมีรายได้มารอเราอยู่ทุกวันเช่นกัน การผูกปิ่นโตคือ การที่ลูกค้าสั่งอาหารจากเราโดยให้เราทำอาหารส่งทุกวัน หรือในวันที่ลูกค้ากำหนด เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดจากบริการเดลิเวอรี่ก็ได้ ดังนั้นในใบปลิวหรือสื่อโซเชียลของร้านควรระบุบริการอาหารแบบผูกปิ่นโตไว้ด้วย

การผูกปิ่นโตนั้นลูกค้ามักจะสั่งเป็นอาหารชุด เช่น ข้าว และกับข้าว 2-3 อย่าง และของหวาน อาจจะเพื่อทานกันในครอบครัวที่ไม่สะดวกทำอาหารทานเองหรือกลุ่มพนักงานในบริษัทที่อยู่ห่างร้านอาหาร จนหาอาหารเช้า-กลางวันกินยาก

ซึ่งหลักการผูกปิ่นโตที่ดีนั้น ต้องใส่ใจกับลูกค้าให้มาก ต้องมีการสอบถาม หรือสังเกตว่าลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอาหารแบบไหน เช่น ลูกค้าทานเผ็ดได้หรือไม่ หรือไม่ทานอะไรบ้าง ควรมีการจัดอาหารเป็นชุดในแต่ละวันที่ไม่ซ้ำกันไป หรือใช้ Line OA ในการสอบถามลูกค้าในแต่ละวันก็ได้

ในกรณีการผูกปิ่นโตกันในระยะยาว อาจเพิ่มภาชนะบรรจุอาหาร หรือกล่องที่กลับมาใช้ใหม่ได้ สำหรับใช้ในการบรรจุอาหารเพื่อเป็นการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นถุงพลาสติก และนำกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อส่งอาหารในวันถัดไป หรือเพิ่มถุงผ้าใส่อาหารที่มีการสกรีนชื่อร้าน เพื่อให้ลูกค้าจดจำร้านเราได้นั่นเอง ส่วนการชำระค่าอาหารนั้น แล้วแต่จะทางร้านจะตกลงกับลูกค้าว่าชำระเป็นสัปดาห์ หรือชำระเป็นเดือน โดยอาจให้ส่วนลดเพื่อจูงใจในการชำระล่วงหน้าเป็นเดือนก็ได้

         เพิ่มเติม : ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา หลายคนใช้วิธีการผูกปิ่นโตนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการออกไปจับจ่ายซื้ออาหาร หรือให้ทางร้านส่งอาหารไปที่วัดเพื่อถวายเป็นภัตราหารแก่พระสงฆ์ เป็นการทำบุญโดยไม่ต้องเดินทางไปวัดด้วยตนเอง

4. ขยายโลกให้กว้าง ด้วยการศึกษาและทดลองใช้สื่อออนไลน์

โดยเริ่มจากเครื่องมือที่ใช้ฟรีก็ได้ เพราะสื่อเหล่านี้สามารถสร้างยอดผู้พบเห็นได้มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะ และยังสามารถอัพเกรดการเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย สามารถทำให้ลูกค้ามาเห็นสินค้าโดยผ่านทางโลกออนไลน์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องหาพื้นที่สวย ๆ ทำเลดี ๆ เหมือนเมื่อก่อน ในส่วนนี้ MHA ขอแนะนำเครื่องมือการตลาดออนไลน์ง่ายๆ ใช้ฟรีๆ และเหมาะกับร้านอาหาร ดังนี้

Line OA เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่เหมาะกับร้านค้าในทุกวันนี้เป็นอย่างมาก คุณสมบัติมีมีหลากหลาย ทั้งการส่งข้อความหาลูกค้า สามารถคุยแบบส่วนตัวหรือแบบกระจายข่าวไปพร้อมกันทั้งกลุ่มได้ แน่นอนการที่สามารถคุยกับลูกค้าใน Line OA ส่วนตัวนั้นทำให้สามารถค้นประวัติการคุยและกลับมาอ่านเพื่อหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ง่าย Line ยังสามารถที่จะส่งข้อความคล้ายๆ SMS ให้กับลูกค้าได้โดยตรง โดยในคุณสมบัตินี้ยังสามารถแนบคูปองไปด้วยเพื่อให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำหรือมาลองใช้สินค้าได้อย่างดี

Line Group เป็นเครื่องมือที่เข้าใจง่ายและทำได้ง่ายมากในทุกวันนี้ แค่ให้ QR code ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ การที่เป็นแชทกลุ่ม ทำให้ลูกค้าสามารถเห็นถึงฟีดแบคของลูกค้าคนอื่นที่เคยใช้บริการ Line Group สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้ง่าย นอกจากการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของร้านกับลูกค้าแล้ว ยังทำให้ลูกค้าด้วยกันเองสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กันไปในตัว คล้ายกับการสร้างสังคมของคนที่เคยมาร้านเราเพื่อแนะนำร้านเราให้กับลูกค้าใหม่คนอื่น ๆ ต่อ

Facebook Page ทุกวันนี้มากกว่า 90% ลูกค้ามี Facebook ส่วนตัวกันอยู่แล้ว เพจเฟสบุ๊คสามารถทำให้กลายเป็นหน้าร้านในโลกออนไลน์ได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย นอกจากนี้การที่เป็นหน้าร้าน ทั้งลูกค้าขาจร และลูกค้าประจำสามารถเห็นร้านอาหาร เมนูอาหารหรือตัวโปรโมชั่นได้อย่างง่ายดาย สามารถนำข้อมูลหลังบ้านมาวางแผนการขายให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

Google My Business คือเครื่องมือทางการตลาดที่ใหม่ที่สุดในกลุ่มที่พูดมา แต่กลับสร้างผลดีที่เกิดคาดในหลายๆ ธุรกิจ โดยการทำงานคือ สามารถใส่ข้อมูลร้านอาหารของเราเข้าไป แค่นี้ ชื่อร้านอาหารของเรา ก็จะปรากฏบนบริการต่างๆ ในเครือต่างของ Google เช่น Google maps, Google+ และ Google Search โดยทั้งหมดนี้มีประโยชน์ ในการทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย ทั้งจากเวลาหาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ การที่ชื่อของธุรกิจของคุณอยู่ใน Google maps ทำให้ลูกค้าสามารถมาที่ร้านคุณได้ง่ายๆ ไม่หลงทางแน่นอน

ยังมีอีกหลายวิธีที่จะทำให้ร้านเป็นที่รู้จักและมีลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้ร้านเราจะอยู่ในซอยลึกๆ ก็ตาม อย่างไรก็ตาม MHA ขอให้ข้อคิดที่สำคัญส่งท้ายอย่างหนึ่งคือ การทำให้ร้านมีลูกค้าจะมากขึ้นนั้นสำคัญก็จริง แต่การทำให้ลูกค้าพึงพอใจ ในรสชาติอาหาร คุณภาพบริการ หรือแม้แต่การจัดร้านให้ดูสวยงาม จะทำให้ลูกค้าติดใจร้านเรา และนำไปบอกต่อกับญาติ เพื่อนฝูง หรือแม้แต่รีวิวลงสื่อโซเชียลต่างๆ เหมือนเป็นการบอกต่อ ปากต่อปาก ซึ่งจุดนี้ก็สำคัญไม่น้อยเลยในการที่ร้านจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นแม้ร้านเราจะอยู่ห่างไกลมากก็ตาม และกลับมาพบเคล็ดลับดีๆ ในการทำการตลาดร้านอาหารกับ MHA ได้ในตอนต่อไป

เครดิตรูปภาพ : Facebook Penguin Eat Shabu – ชาบูเพนกวิน 

เสพติดการกิน

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *